💡 เคล็ดลับวันนี้ ออมก่อนใช้: หักเงินออมทันทีที่เงินเดือนออก แล้วค่อยใช้ที่เหลือ
หมวด: การเงิน

การออมเงิน สำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ เริ่มยังไงให้อยู่จริง

✍️ วัยรุ่นสร้างตัว📅 11 ส.ค. 2569⏱ อ่านประมาณ 4 นาที

ถ้าถามว่าการออมเงินเริ่มยังไงให้อยู่จริง คำตอบสั้น ๆ คือ ต้องทำให้เงินออกจากมือก่อนที่ใจจะทันคิด ไม่ใช่รอเก็บเงินที่เหลือตอนสิ้นเดือน เพราะสำหรับมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ เงินที่เหลือตอนสิ้นเดือนมักจะเป็นศูนย์ ไม่ว่าเงินเดือนจะมากแค่ไหนก็ตาม

บทความนี้จะพาไปดูวิธีออมเงินแบบที่เริ่มได้จริงตั้งแต่เดือนแรกที่ทำงาน ไปจนถึงเหตุผลที่เก็บเงินยังไงก็ไม่อยู่สักที และเงินสำรองฉุกเฉินที่ควรมีก่อนคิดเรื่องอื่น

หญิงสาววัยเริ่มทำงานนั่งจิบกาแฟที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง มีสมุดจดเปิดอยู่ข้างหน้า

วิธีออมเงิน แบบที่มนุษย์เงินเดือนมือใหม่เริ่มได้จริง

หลายคนพอเริ่มงานแรกจะบอกตัวเองว่า “เดือนหน้าค่อยเริ่มออม” แล้วก็ไม่เคยเริ่มสักที เพราะรอให้มีวินัยพอก่อน ซึ่งวินัยแบบนั้นไม่มีจริงในโลกที่มีของอร่อยให้กินและเซลกดกริ่งทุกวัน

วิธีที่ได้ผลกว่าคือตั้งระบบให้เงินออมหักออกไปเองตั้งแต่วันที่เงินเดือนเข้า ก่อนที่จะเห็นตัวเลขในบัญชีด้วยซ้ำ วิธีทำง่าย ๆ มีสามขั้น

  • เปิดบัญชีออมทรัพย์อีกเล่มแยกจากบัญชีที่ใช้จ่ายประจำวัน จะได้ไม่เผลอกดโอนมาใช้เวลาเห็นยอด
  • ตั้งโอนอัตโนมัติ (auto transfer หรือระบบให้ธนาคารโอนเงินให้เองตามวันเวลาที่กำหนด) ไปบัญชีออมทันทีที่เงินเดือนเข้า จะกี่เปอร์เซ็นต์ก็ได้ ขอแค่เริ่ม
  • ตั้งเป้าเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ เช่น เก็บให้ได้เท่ากับเงินเดือนหนึ่งเดือนภายในหกเดือน ไม่ใช่ตั้งเป้าคำว่า “ออมให้เยอะที่สุด” ซึ่งวัดผลไม่ได้

สัดส่วนที่พอเป็นแนวทางได้คือแบ่งเงินเดือนเป็นสามก้อนคร่าว ๆ ก้อนสำหรับใช้จ่ายจำเป็น ก้อนสำหรับใช้จ่ายตามใจ และก้อนสำหรับออม แต่ตัวเลขเป๊ะ ๆ ไม่สำคัญเท่าการมีก้อนออมอยู่จริงทุกเดือน ต่อให้เริ่มจากหลักร้อยก็ยังดีกว่าไม่เริ่มเลย

มือถือโทรศัพท์ตั้งโอนเงินอัตโนมัติ มีบัตรธนาคารและสมุดบัญชีวางอยู่บนโต๊ะไม้

ทำไมเก็บเงินยังไงให้อยู่ ถึงเป็นปัญหาที่ทุกคนเจอ

คนจำนวนมากไม่ได้มีปัญหาเรื่องหาเงินไม่พอ แต่มีปัญหาว่าเก็บเงินยังไงให้อยู่ เพราะเงินที่ตั้งใจจะเก็บอยู่ในบัญชีเดียวกับเงินที่ใช้จ่าย พอมีของอยากได้ก็หยิบมาใช้ก่อน แล้วค่อยบอกตัวเองว่าเดือนหน้าจะเติมคืน ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นจริง

ทางแก้ที่ตรงจุดที่สุดคือทำให้เงินออมหยิบยากขึ้นกว่าเงินใช้จ่าย เช่น แยกบัญชีอย่างที่บอกไปข้างต้น หรือเลือกบัญชีที่ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนถอน จะได้มีเวลาคิดทบทวนว่าของที่จะซื้อนั้นจำเป็นจริงไหม

อีกจุดที่หลายคนพลาดคือไม่ได้ติดตามว่าเงินหายไปกับอะไรบ้าง ลองจดรายจ่ายทุกอย่างสักหนึ่งเดือนแบบไม่ต้องตัดสินตัวเอง แค่จดไว้ดู จะเห็นชัดว่ารายจ่ายก้อนไหนที่ตัดออกได้โดยไม่รู้สึกเสียดาย เช่น ค่าสมัครแอปที่ไม่ได้ใช้แล้ว หรือค่าส่งอาหารที่สั่งเพราะขี้เกียจมากกว่าหิวจริง

สมุดจดรายจ่าย ใบเสร็จ เครื่องคิดเลข และโหลแก้วใส่เหรียญบนโต๊ะไม้

เงินสำรองฉุกเฉิน สิ่งที่ควรมีก่อนออมเพื่อเป้าหมายอื่น

ก่อนจะไปถึงเรื่องออมเพื่อเที่ยว ออมเพื่อซื้อของ หรือลงทุน ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินก่อนเป็นอันดับแรก เงินสำรองฉุกเฉินคือเงินก้อนที่แยกไว้ต่างหาก ไม่แตะต้อง สำหรับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เช่น ตกงานกะทันหัน รถเสีย หรือค่ารักษาพยาบาลที่ประกันไม่ครอบคลุมทั้งหมด

เหตุผลที่เงินก้อนนี้สำคัญมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ คือถ้าไม่มีเงินสำรอง พอเจอเรื่องฉุกเฉินจริง ๆ หลายคนจะหันไปพึ่งบัตรเครดิตหรือสินเชื่อระยะสั้นซึ่งมีดอกเบี้ยแพง แล้วก็กลายเป็นหนี้ที่ตามแก้กันยาวหลังจากนั้น

จำนวนเงินสำรองที่ควรมีขึ้นอยู่กับรายจ่ายจำเป็นต่อเดือนของแต่ละคน คนที่มีรายจ่ายผูกพันเยอะ เช่น ต้องส่งเงินให้ที่บ้าน หรือผ่อนอะไรอยู่ ก็ควรมีเงินสำรองมากกว่าคนที่รายจ่ายเบา วิธีตั้งเป้าง่าย ๆ คือลองคำนวณว่าถ้าไม่มีรายได้เข้าเลย จะอยู่ได้กี่เดือนด้วยเงินสำรองที่มี แล้วค่อย ๆ ทยอยเติมให้ตัวเลขนั้นเพิ่มขึ้นทีละน้อย

มนุษย์เงินเดือนออมได้แล้ว ต่อยอดยังไงต่อ

พอมีเงินสำรองฉุกเฉินและเริ่มออมได้สม่ำเสมอแล้ว ขั้นต่อไปที่หลายคนสนใจคือการลงทุนเพื่อให้เงินโตเร็วกว่าฝากธนาคารเฉย ๆ เช่น กองทุนรวม หุ้น หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ถ้าอยากเห็นภาพรวมทั้งระบบก่อน ลองอ่านคู่มือวางแผนการเงินฉบับเต็มประกอบ

ตรงนี้ขอเตือนไว้ก่อนว่าเนื้อหาที่เขียนมาทั้งหมดเป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ละเอียด และปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ของตัวเองจริง ๆ

สิ่งที่ทำได้ตอนนี้แบบไม่ต้องรอความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ คือเริ่มจากเงินก้อนเล็ก ศึกษาให้เข้าใจก่อนว่าเครื่องมือแต่ละแบบทำงานยังไงและมีความเสี่ยงแบบไหน แล้วค่อยขยับเงินลงทุนขึ้นตามความเข้าใจที่มากขึ้น ไม่ใช่ทุ่มเงินทั้งหมดตั้งแต่ครั้งแรกเพราะเห็นคนอื่นได้กำไร

เปิดแอปธนาคารที่ใช้อยู่ตอนนี้ แล้วเปิดบัญชีออมทรัพย์เพิ่มอีกหนึ่งเล่มถ้ายังไม่มี ตั้งระบบโอนอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือนไปบัญชีออมทันทีที่เงินเข้า จะเริ่มที่ห้าร้อยหรือพันบาทก็ได้ แล้วปล่อยให้ระบบทำงานแทนความตั้งใจของตัวเองในแต่ละเดือน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการออมเงินที่อยู่จริง ไม่ใช่แค่ในหัว

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน ภาษี หรือกฎหมายเฉพาะบุคคล เงื่อนไขผลิตภัณฑ์ อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขบัญชีเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากผู้ให้บริการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
← กลับไปหน้ารวมหมวดการเงิน