💡 เคล็ดลับวันนี้ ออมก่อนใช้: หักเงินออมทันทีที่เงินเดือนออก แล้วค่อยใช้ที่เหลือ
หมวด: การเงิน

เงินเดือนเท่าไหร่เสียภาษี ดูจากรายได้สุทธิ ไม่ใช่ยอดในสลิป

✍️ วัยรุ่นสร้างตัว📅 24 ส.ค. 2569⏱ อ่านประมาณ 4 นาที

เงินเดือนเท่าไหร่เสียภาษีไม่ได้ดูจากยอดในสลิปตรง ๆ แต่ดูจาก “รายได้สุทธิ” หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วต่างหาก ถ้ารายได้สุทธิยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ก็ยังไม่ต้องเสียภาษี แต่พอเข้าเกณฑ์ปุ๊บ บริษัทมักหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนไปก่อนแล้วโดยที่หลายคนไม่ทันสังเกต

คนเพิ่งเริ่มทำงานมักงงตรงนี้ เพราะตัวเลขที่คุยกันปากต่อปากอย่าง “เงินเดือนเท่านี้ต้องเสียภาษี” ส่วนใหญ่ไม่ได้ผิด แต่ก็ไม่ได้ถูกทั้งหมด เพราะขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมีค่าลดหย่อนอะไรบ้าง บทความนี้ไล่ให้ทีละขั้น ตั้งแต่หลักคิดพื้นฐานไปจนถึงตอนต้องยื่นภาษีจริง

ชายหนุ่มวัยเริ่มทำงานนั่งอ่านเอกสารสลิปเงินเดือนที่โต๊ะทำงานในบ้าน

รายได้เท่าไหร่ถึงเริ่มเสียภาษี

กฎหมายไทยเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได คือยิ่งรายได้สุทธิสูง อัตราภาษีก็ยิ่งขยับสูงขึ้นเป็นช่วง ๆ ไม่ใช่เหมาเสียอัตราเดียวทั้งก้อน และรายได้สุทธิก้อนแรกจำนวนหนึ่งจะได้รับยกเว้นภาษีไปเลย คนที่เงินเดือนยังไม่สูงมากจึงมีโอกาสไม่ต้องเสียภาษีเลยสักบาท

ปัญหาคือตัวเลขเกณฑ์ยกเว้นและช่วงอัตราภาษีแต่ละขั้นมีการปรับเปลี่ยนได้ตามนโยบายรัฐบาลในแต่ละปี ถ้าอยากรู้ตัวเลขล่าสุดที่ใช้จริงตอนนี้ แนะนำเช็กที่เว็บไซต์กรมสรรพากร หรือใช้โปรแกรมคำนวณภาษีที่กรมสรรพากรทำไว้ให้ ปลอดภัยกว่าเชื่อตัวเลขที่แชร์กันในโซเชียลซึ่งอาจเป็นข้อมูลเก่า

รายได้สุทธิ คือ อะไร ทำไมไม่ใช่เงินเดือนเป๊ะ ๆ

หลายคนเข้าใจว่าเอาเงินเดือนคูณสิบสองเดือนแล้วเทียบกับตารางภาษีได้เลย แต่จริง ๆ แล้วกรมสรรพากรให้หักสองรอบก่อนถึงจะเป็น “รายได้สุทธิ” ที่ใช้คำนวณภาษีจริง

  • รอบแรก หักค่าใช้จ่าย ซึ่งสำหรับเงินเดือนกฎหมายให้หักเป็นเปอร์เซ็นต์แบบเหมา โดยมีเพดานสูงสุดกำหนดไว้
  • รอบสอง หักค่าลดหย่อนส่วนตัวและค่าลดหย่อนอื่น ๆ ที่แต่ละคนมีสิทธิ์ เช่น ประกันสังคม ค่าลดหย่อนบุพการี หรือเบี้ยประกันชีวิต

เพราะแบบนี้ สองคนที่เงินเดือนเท่ากันเป๊ะ อาจเสียภาษีไม่เท่ากันเลย ถ้าคนหนึ่งมีค่าลดหย่อนเยอะกว่า รายได้สุทธิของเขาก็จะต่ำกว่า และเสียภาษีน้อยกว่าไปโดยปริยาย

หัก ณ ที่จ่าย คือ อะไร ทำไมเงินเดือนโดนหักทุกเดือน

ถ้าเปิดสลิปเงินเดือนแล้วเห็นช่อง “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” ทั้งที่ยังไม่เคยไปยื่นภาษีเองเลยสักครั้ง อย่าเพิ่งตกใจ นี่เป็นกลไกปกติที่กฎหมายบังคับให้บริษัทประเมินภาษีทั้งปีของพนักงานคร่าว ๆ แล้วทยอยหักเก็บไว้ล่วงหน้าทุกเดือน

เหตุผลคือถ้าปล่อยให้จ่ายก้อนใหญ่ทีเดียวตอนสิ้นปี หลายคนอาจไม่มีเงินพอจ่าย การหักทีละนิดจึงเบากว่า และเมื่อถึงเวลายื่นภาษีจริง ถ้าบริษัทหักไว้เกินความจำเป็น (เพราะเรามีค่าลดหย่อนที่บริษัทไม่รู้ เช่น ดอกเบี้ยบ้านหรือเบี้ยประกันที่ซื้อเอง) เราจะได้เงินส่วนเกินคืนตอนยื่นภาษี ไม่ใช่เสียเปล่า

ลดหย่อนภาษี ตัวช่วยที่พนักงานใหม่ควรรู้จักไว้

ลดหย่อนภาษีคือค่าใช้จ่ายหรือเงินลงทุนบางประเภทที่รัฐอนุญาตให้เอามาหักออกจากรายได้ก่อนคำนวณภาษี ยิ่งมีสิทธิ์ลดหย่อนเยอะ รายได้สุทธิก็ยิ่งต่ำลง ภาษีที่ต้องจ่ายก็น้อยลงตามไปด้วย ตัวอย่างที่คนเพิ่งเริ่มทำงานมักมีสิทธิ์ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม (รายการเต็มดูที่คู่มือลดหย่อนภาษี) เช่น

  • เงินสมทบประกันสังคมที่โดนหักทุกเดือนอยู่แล้ว
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้าบริษัทมีให้และเราสมัครเข้าร่วม
  • เบี้ยประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพที่ซื้อเอง
  • เงินบริจาคให้หน่วยงานที่กฎหมายรับรอง

ยังมีกลุ่มกองทุนเพื่อการออมระยะยาวที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้อีก เช่น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือกองทุนรวมเพื่อการออม ซึ่งมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาถือครองและวงเงินที่ปรับเปลี่ยนได้ตามปีภาษี

ข้อควรระวัง: เนื้อหาส่วนนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อให้เห็นภาพรวมเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือการซื้อประกัน ก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ เพื่อลดหย่อนภาษี ควรศึกษาเงื่อนไข ความเสี่ยง และวงเงินลดหย่อนที่ประกาศล่าสุดจากกรมสรรพากรและผู้ออกผลิตภัณฑ์โดยตรง หรือปรึกษาผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้คำแนะนำด้านการเงินก่อนทุกครั้ง

ยื่นภาษีครั้งแรก ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

ถ้าปีนี้เป็นปีแรกที่ต้องยื่นภาษี ไม่ต้องกังวลไป ขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด

  • รวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ที่บริษัทออกให้ตอนต้นปี
  • เตรียมหลักฐานค่าลดหย่อนที่มี เช่น เบี้ยประกัน ดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย ใบเสร็จบริจาค
  • เข้าเว็บไซต์หรือแอปของกรมสรรพากรเพื่อยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออนไลน์
  • กรอกรายได้และค่าลดหย่อนตามจริง ระบบจะคำนวณให้ว่าต้องจ่ายเพิ่มหรือได้เงินคืน
  • ยื่นก่อนกำหนดเวลาที่กรมสรรพากรประกาศในแต่ละปี เพื่อเลี่ยงค่าปรับ

ถ้าอยากเห็นภาพรวมว่าเรื่องภาษีวางอยู่ตรงไหนของแผนการเงินทั้งระบบ อ่านต่อได้ที่คู่มือวางแผนการเงินฉบับเต็ม

สิ่งที่ทำได้เลยวันนี้คือเปิดสลิปเงินเดือนเดือนล่าสุดขึ้นมาดูช่อง “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” แล้วลองรวมยอดตั้งแต่ต้นปีดูคร่าว ๆ ถ้ายอดรวมเป็นศูนย์ตลอด แปลว่าตอนนี้รายได้สุทธิของเรายังไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี แต่ถ้ามียอดโดนหักแล้ว ให้เก็บสลิปหรือใบ 50 ทวิไว้ให้ครบ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาตอนใกล้ปิดรอบยื่นภาษี

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษีหรือการลงทุนเฉพาะบุคคล เกณฑ์ยกเว้นภาษี อัตราภาษีแต่ละขั้น และวงเงินลดหย่อนมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายในแต่ละปี ก่อนยื่นจริงควรตรวจสอบตัวเลขล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
← กลับไปหน้ารวมหมวดการเงิน